การแบ่งส่วนการตลาดคือเครื่องมือสำหรับการขาย สินค้าให้ประสบความสำเร็จ เพราะมันจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมาควรที่จะขายให้กับใคร เป็นคนแรก
แบ่งตลาดให้ตรงตามเป้าหมาย
สินค้าที่ผลิตขึ้นมาทุกประเภทล้วนมีจุด ประสงค์หลักที่มุ่งตรงไปในทิศทางเดียวกันเสมอนั่นก็คือ การวางจำหน่ายขายสินค้าออกไปสู่มือผู้บริโภคให้ได้เป็นจำนวนมาก ซี่งนั่นถือหัวใจและหลักสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ยึดถือมาตั้งแต่อดีต แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมาจะมีความเหมาะสมและสามารถขาย ให้กับคนทุกกลุ่มทุกวัยได้อย่างเสรี เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมันมีกฎควบคุมพื้นฐานในเรื่องของการแบ่งส่วน ผู้บริโภคในทางการตลาดเป็นตัวกำหนดกรอบอยู่อย่างกว้างๆ และด้วยความที่สินค้าไม่ได้ถูกสร้างมาให้เหมาะสมกับคนทุกประเภทจึงทำให้วิธี แบ่งส่วนผู้บริโภคในทางการตลาดเป็นหนึ่งในทฤษฏีที่น่าสนใจมากเพราะสามารถนำ เอาไปปฏิบัติได้จริงและธุรกิจเกือบจะทั้งหมดก็ใช้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในองค์ ประกอบของแผนแม่บทการสร้างและดำเนินแผนงานทางธุรกิจด้วยกันทั้งสิ้น
ผู้ประกอบการโดยเฉพาะหน้าใหม่ๆจึงสมควรที่จะต้องเรียนรู้และศึกษาเป็น อย่างมาก เพราะทฤษฎีนี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรับรู้ได้ว่าสินค้าที่ท่านผลิตออกมา สมควรที่จะขายให้กับใคร ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักแบบกว้างๆของวิธีแบ่งส่วนการตลาดมีดัง ต่อไปนี้
เพศ
เพศถือเป็นตัวกำหนดวิธีแบ่งส่วนการตลาดที่มีค่าความถี่ที่กว้างแต่ก็ สำคัญมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ธุรกิจที่ผลิตสินค้าและบริการมักจะใช้วิธีการแบ่งส่วนการตลาดใน ข้อนี้นำไปใช้กับธุรกิจของตนเองมากที่สุด เหตุผลก็มีที่มาจากความชัดเจนและวิธีการแบ่งส่วนของมันที่ค่อนข้างจะง่ายและ ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยากมากมายนักเมื่อเปรียบเทียบ กันกับวิธีการอื่นๆ เพราะมีข้อกำหนดที่ตายตัว จึงจะเห็นได้ว่าสินค้าเป็นจำนวนมากมักจะถูกสร้างมาเพื่อเป้าหมายทางการตลาด ที่ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเฉพาะไม่ว่าจะเป็นสำหรับผู้หญิง สำหรับผู้ชาย หรือให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง 2 เพศ ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถพบเห็นวิธีการแบ่งส่วนการตลาดด้วยวิธีนี้ที่ชัดเจน มากที่สุดในสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์ ครีมล้างหน้า หรืออะไรก็ตามที่มีคุณสมบัติสำหรับผู้ใช้เฉพาะเป็นบางเพศ ซึ่งการแบ่งส่วนการตลาดด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างสินค้าได้ ออกมาตรงกับความต้องการของกลุ่มตลาดเป้าหมายมากที่สุดอีกทั้งยังง่ายต่อการ ทำตลาดในอนาคตอีกด้วย
อายุ
เรื่องของอายุก็เป็นประเด็นหัวข้อสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ถูกนำมาใช้เป็น เกณฑ์เพื่อแบ่งส่วนการตลาดให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพราะในแต่ละช่วงวัยของอายุมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างจะแตกต่าง กันพอสมควร เช่น เด็กในวัยประมาณ 14-15 ปี กับ ผู้ใหญ่อายุประมาณ 40 ปี ต่างชอบอมลูกอมด้วยกันทั้งคู่แต่เด็กจะชอบลูกอมที่มีสีสันพร้อมทั้งรสชาติ ที่มีความหวานมากกว่า ในขณะที่ผู้ใหญ่ไม่ใส่ใจในเรื่องของสีสันแต่เน้นในเรื่องของสรรพคุณความชุ่ม คอและการบรรเทาอาการเจ็บคอ จึงเห็นว่าเรื่องของอายุมีส่วนสำคัญต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมาก ผู้ประกอบจึงควรนำปัจจัยในเรื่องของอายุมาเป็นหนึ่งในหัวข้อและประเด็นหลัก ของวิธีการแบ่งส่วนการตลาดด้วย เพื่อจะได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ออกมาตรงกับกลุ่มอายุของผู้บริโภคมากที่สุด
การศึกษา
การศึกษาคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสังเกตได้จากถ้าผลิตภัณฑ์ของบริษัทต่างๆมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึง กันมากผู้บริโภคที่มีการศึกษาในระดับที่สูงกว่ามักจะใช้เวลาในการตัดสินใจ เลือกซื้อที่นานกว่าผู้บริโภคที่มีระดับการศึกษาในระดับปานกลางจนถึงระดับ ค่อนข้างน้อย เนื่องมาจากผู้บริโภคที่มีการศึกษาในระดับที่สูงจะมีกระบวนการคิดและเปรียบ เทียบในเรื่องของคุณสมบัติต่างๆของแต่ละผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาเห็นว่ามันดีที่สุดและสามารถตอบสนองความต้องการของ พวกเขาได้ในขั้นตอนสุดท้าย ดังนั้นการแบ่งส่วนการตลาดของผู้บริโภคด้วยการพิจารณาจากการศึกษาจึงเป็นอีก หนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับ ระดับการศึกษาของผู้บริโภคและยังสามารถบริหารจัดการรูปแบบการทำธุรกิจที่มี ประสิทธิภาพให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย
รายได้
ถึงแม้ว่าคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการจะดีกว่าคู่แข่งขันทุกเจ้าใน ตลาดจริง แต่มันก็อาจจะขายไม่ได้หากผู้ประกอบการตั้งราคาที่สูงจนเกินไปและไม่เหมาะสม กับรายได้ของผู้บริโภค เพราะต้องเข้าใจว่าในแง่มุมของผู้บริโภคการที่จะตัดสินซื้อหรือเลือกที่จะ ปฏิเสธสินค้าอะไรซักอย่างหนึ่งเรื่องของกำลังซื้อหรือเงินในกระเป๋ามีส่วน สำคัญต่อการตัดสินใจของพวกเขามาก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากผู้ประกอบการจะผลิตสินค้าอะไรสักชิ้นเพื่อนำมาขายสู่ ผู้บริโภคก็สมควรที่จะต้องพิจารณาคำนึงถึงรายได้ของผู้บริโภคมาเป็นส่วน หนึ่งในการตัดสินใจวางแผนให้กับธุรกิจของท่านด้วย ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้ทรูวิชั่นมีแพ็คเกจการเลือกชมเพียงแค่ 2 แบบเท่านั้น คือ โกลด์ และ แพลตทินั่ม ซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูงทำให้มีสมาชิกที่ไม่ค่อยจะสูงนัก แต่เนื่องจากคำนึงถึงความแตกต่างในรายได้ของผู้บริโภคที่มีความสูงสุดและต่ำ สุดค่อนข้างมาก ทางทรูวิชั่นจึงได้ออกแพ็คเกจที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้มีรายได้ค่อนข้างน้อย ออกมา เช่น ซิลเวอร์แพ็คเกจ และ ทรูโนเลจ แพ็คเกจ เป็นต้น จึงทำให้มียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในที่สุด อันมีผลมาจากการสร้างการแบ่งส่วนการตลาดที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงเรื่องรายได้ ของผู้บริโภคมาเป็นเกณฑ์สำคัญนั่นเอง
สภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม
การจัดกลุ่มผู้บริโภคเพื่อแบ่งส่วนการตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้นโดยใช้ เกณฑ์ในเรื่องของสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นตัวชี้วัด สำหรับประเทศไทยถือว่าค่อนข้างที่จะใช้กันน้อยมากเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ สาเหตุหลักๆก็มาจากสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยในแต่ละภาคมีความแตกต่าง กันค่อนข้างจะน้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความสำคัญเลย โดยหลักเกณฑ์ใหญ่ๆที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้ในการพิจารณาก็คือวิถีชีวิตและ วัฒนธรรมประเพณีเฉพาะตัวในแต่ละพื้นที่รวมถึงข้อบังคับในเรื่องของศาสนาด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุกร ก็ไม่ควรส่งไปขายยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของประเทศไทย เพราะประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่แถบนั้นล้วนนับถือศาสนาอิสลามแทบทั้งสิ้น ผู้ประกอบการจึงควรต้องคำนึงถึงสถาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมเอาไว้ให้มากๆใน การแบ่งส่วนการตลาดที่ดีด้วย โดยเฉพาะกับธุรกิจส่งออกเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอันดันแรกเลย ทีเดียว
ไลฟ์สไตล์
ปัจจุบันความก้าวหน้าของสังคมมีส่วนสำคัญที่เป็นพลังผลักดันให้การดำเนิน ชีวิตของผู้คนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนก่อกำเนิดเป็นไลฟ์สไตล์เฉพาะของ แต่ละคนขึ้น ซึ่งไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวที่เกิดขึ้นนี้สามารถนำมาใช้เป็นการแบ่งส่วนการตลาด ได้ดีมากวิธีหนึ่ง โดยผู้ประกอบการต้องหมั่นสังเกตและศึกษางานวิจัยรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้ คนกลุ่มต่างๆในสังคมอยู่เสมอๆ เพื่อจัดกลุ่มและแยกออกมาเป็นพวกๆ จากนั้นจึงสร้างรูปแบบของสินค้าและแผนงานการตลาดที่ดีที่สุดให้กับกลุ่ม ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้ศึกษาถึงรูปแบบการใช้โทรศัพท์มือถือของ วัยรุ่นและพบว่าวัยรุ่นที่มีอายุเท่ากันแต่มีพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่แตกต่างกันออกไปอันเกิดจากไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน คือ บางคนชอบคุยโทรศัพท์นานมาก บางคนใช้โทรศัพท์เพื่อคุยและติดต่อธุระที่จำเป็นเท่านั้นโดยมีระยะเวลาไม่ เกิน 1 นาที ในขณะที่บางคนใช้โทรศัพท์เพื่อยิงให้คนอื่นโทรกลับแต่เพียงอย่างเดียว จึงออกตัวแพ็กเกจที่เข้าถึงและเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นผู้ บริโภคที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทำให้ผู้บริโภคพอใจและมีส่วนช่วยให้มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์ของค่ายดัง กล่าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก