ผู้ เขียนมักจะได้รับคำถามจากบรรดานักบัญชีรุ่นใหม่ ที่อยากเป็นเถ้าแก่น้อยอยู่เสมอว่า ถ้าจะลงทุนตั้งสำนักงานบัญชี จะต้องใช้เงินเท่าใด และจะมีแหล่งเงินทุนจากที่ใด
อันที่จริงธุรกิจสำนักงานบัญชีเป็นธุรกิจบริการ ซึ่งไม่ได้ต้องใช้เงินอะไรมากมายเพราะเราขายทรัพย์สินทางปัญญา แต่วันนี้เอามาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดเกี่ยวกับเงินลงทุนเบื้องต้นโดยจะยก ตัวอย่างจากธุรกิจสำนักงานบัญชีแต่ธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถนำ แนวคิดเดียวกันนี้ไปปรับใช้ได้
เงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเป็น จริง ก่อนเริ่มทำธุรกิจควรรู้ว่าทำธุรกิจต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ ในเวลานี้เรามีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่ และจะหาเงินมาเพิ่มได้อย่างไร
I. ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ เงิน ลงทุนที่ต้องใช้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจ คือ เงินลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ที่จำเป็นต่อธุรกิจอันได้แก่ ค่าเช่าอาคาร ค่าตกแต่งต่อเติมค่าซื้อเครื่องใช้สำนักงานค่าใช้จ่ายเริ่มแรกขณะเริ่มต้น ธุรกิจค่าใช้จ่ายสำหรับแผนการตลาด การโฆษณาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าสาธารณูปโภคและเงินเดือนพนักงาน ด้วยเหตุนี้จึงควรทำแผนงานเปิดกิจการอันประกอบด้วย การประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่จะเกิดขึ้นและต้นทุนที่จ่ายไปเมื่อเริ่มต้น กิจการ ซึ่งแผนงานดังกล่าวจะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพของการใช้เงินลงทุนได้อย่าง ชัดเจนยิ่งขึ้น
สมมุติว่าเราได้คำนวณเงินลงทุนในการซื้อ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ได้ตัวเลขออกมาประมาณ 300,000 บาท จากนั้นเราต้องคำนวณดูว่า ในแต่ละเดือนเราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง รวมแล้วเป็นจำนวนเงินเท่าใด
: สรุปค่าใช้จ่ายรายเดือน
ค่าใช้จ่ายคงที่
เงินเดือน 30,000
ค่าเช่าสำนักงาน 10,000
ค่าเช่าอุปกรณ์สำนักงาน 5,000
ค่าโฆษณา 5,000
รวมค่าใช้จ่ายคงที่ 50,000
ค่าใช้จ่ายผันแปร
ค่าไฟฟ้า 1,000
ค่าโทรศัพท์ 2,000
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 1,500
ค่าอินเทอร์เน็ต 500
รวมค่าใช้จ่ายผันแปร 5,000
รวมค่าใช้จ่าย 55,000
ในการหาเงินลงทุนเบื้องต้นนั้น ให้เผื่อไว้ว่าเราจะไม่มีรายได้เลยในระยะเวลา 6 เดือนแรก ดังนั้นเราต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นจำนวนเงิน 330,000 บาท
ดังนั้น เงินลงทุนเบื้องต้นเราจะเป็นประมาณ 650,000.- หรือเรามีทางเลือกอีกทางหนึ่งเพื่อลดจำนวนเงินลงทุนเบื้องต้นลง โดยหาซื้อ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน จากผู้ขายที่มีข้อเสนอในการให้สินเชื่อโดยคิดดอกเบี้ยหรือเสนอให้จ่ายได้ภาย ใน หกเดือนเป็นหกงวดโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหากหาทางออกเช่นว่านี้ได้ก็จะทำให้ เงินลงทุนเบื้องต้นลดลง
II. จะหาทุนประกอบการได้จากที่ใด (แหล่งที่มาของเงินทุนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ)
วิธี การหาเงินทุนเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ มีหลายวิธี แต่ที่สำคัญเราควรรู้แหล่งที่มาของเงินทุนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจว่า มาจากแหล่งใดบ้าง
1.มรดก เช่น บ้าน ที่ดิน การมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินที่มีค่าอื่นๆ อาทิ ทองรูปพรรณ และมรดกทุกประเภท เหล่านี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินทุนเริ่มแรกในการประกอบธุรกิจได้
2.แหล่งเงินทุนส่วนบุคคล
3.แหล่งเงินทุนจากผู้ขายปัจจัยการผลิตทางธุรกิจ และผู้ให้ยืมสินทรัพย์
- สินเชื่อทางการค้า (Trade Credit) หรือเจ้าหนี้การค้า (Account Payable) เป็นการบริหารการเงินด้วยการขายปัจจัยการผลิตโดยมีระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ ซึ่งมีระยะเวลาสั้น ธุรกิจขนาดย่อมมักนิยมใช้แหล่งเงินทุนระยะสั้นแบบนี้กันมาก
- สินเชื่อ และการเช่าซื้ออุปกรณ์ (Equipment loans and leases) สินเชื่อนี้เป็นการขายโดยวิธีผ่อนส่ง ซึ่งผู้ประกอบการอาจต้องจ่ายเงินดาวน์ 25-35% ตามที่ผู้ขายกำหนด ปกติจะเป็นเงินทุนระยะยาว และประมาณ 80% ของบริษัททั้งหมดจะใช้วิธีการเช่าอุปกรณ์บางอย่าง หรือทั้งหมดโดยมีเหตุผล 3 ประการ คือ
4. เงินของบริษัทยังคงมีอยู่สำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่น
5. วงเงินสินเชื่อยังคงมีอยู่เท่าเดิม
6. การเช่าเป็นการป้องกันอุปกรณ์ล้าสมัย เพราะสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเลิกสัญญาเช่า
- การให้ยืมโดยถือเกณฑ์สินทรัพย์ (Assets-based lending) เป็นการให้ยืมโดยถือเกณฑ์สินทรัพย์เงินทุนหมุนเวียน เช่น อาจดูลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ หรืออาจมีการขายบัญชีลูกหนี้ให้กับธุรกิจอื่น
4. เงินกู้จากสถาบันการเงิน
ปัจจุบันสถาบันการเงินมีนโยบายสนับสนุนการให้สิน เชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ อันก่อให้เกิดประโยชน์กับคุณเป็นอย่างมาก
หากเลือกที่จะจัดหาเงินทุนด้วยวิธีนี้แล้ว เจ้าของกิจการก็ต้องจัดทำแผนธุรกิจเพื่อนำเสนอโครงการขอกู้เงินจากธนาคารต่อ ไป ซึ่งเราต้องเตรียมศึกษาและจัดทำข้อมูลเพื่อให้ธนาคารเห็นว่าธุรกิจของเรามี แนวโน้มที่จะจ่ายชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นได้ตามกำหนดเวลา
ตัวแปรในการระบุจำนวนเงินกู้
ขนาดธุรกิจ
จำนวนเงินที่จะนำมาลงทุน
การศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
การศึกษาเรื่องการวางแผนภาษี และกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติการของธนาคาร
ธนาคารจะพิจารณาโดยใช้หลัก 5 ประการ (Five Cs of Credit) คือ
1.ลักษณะของผู้กู้
2.ขีดความสามารถของผู้กู้ที่จะจ่ายเงินคืน
3.เงินทุนที่ผู้กู้จะลงทุน
4.สภาวะของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ
5.หลักประกันเพิ่มเติมที่ทำให้เงินกู้ปลอดภัย
สิ่งสำคัญในการพิจารณาของธนาคารทั้ง หมด อยู่ที่ความมั่นใจของเราที่ต้องแสดงให้ธนาคารเชื่อมั่นว่า ธุรกิจของเราจะเป็นไปได้ด้วยดีและสามารถที่จะนำเงินที่กู้ยืมไปมาชำระคืนได้ ตามกำหนด
ที่มา http://www.businessthai.co.th
โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ
ที่มา http://www.businessthai.co.th
โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ
เงินลงทุนเบื้องต้นในการเริ่มต้นธุรกิจ